วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เห็น และ ไม่เห็น : สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2011

เห็น และ ไม่เห็น
ธรรมชาติให้สิ่งที่ดีแก่เรา
เรารักธรรมชาติเพื่อดำรงสิ่งที่ดีให้คงอยู่ต่อไป
ธรรมชาติที่เรามองเห็นและมองไม่เห็น
มีประสบการณ์สัมผัสได้ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม
      ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดิน
 ท่านทั้งหลายเป็นแสงสว่างส่องโลก  (มธ. 5:13-14)
เราสัมผัสแสงด้วยตาที่มองเห็น  เรารู้รสความเค็มของเกลือที่ปรุงรสในอาหาร
พระเจ้าสอนเราจากสิ่งธรรมชาติทั้งสองสิ่งที่แตกต่างกัน
ความมืดถูกทำลายด้วยแสงสว่าง  ความเชื่อทำให้เราไม่อยู่ในสภาพบาป
เปลี่ยนแปลงเป็นบุตรพระเจ้า
บุตรเป็นความสว่าง เพื่อกระทำความดี
พระรักษาพันธสัญญาเพราะรักมนุษย์
เป็นความสัมพันธ์เหมือนดั่งความเค็มของเกลือที่มองไม่เห็น
เราไม่สามารถเป็นแสงสว่าง  เป็นแค่กระจกเงาสะท้อนแสงไปสู่คนอื่นๆ
ให้คนอื่นๆ ได้รับสิ่งที่ดีๆ จากการกระทำของเรา
แม้ธรรมชาติของเราไม่สามารถทำดีโดยตัวตนเอง
พระเปลี่ยนเราแล้วให้สามารถกระทำอาศัยพระหรรษทาน
ทำความดีที่มองเห็น ปฏิบัติความเชื่อที่มองไม่เห็น
ให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นเหมือนแสงสว่าง  ให้รู้รสชาติ ดังเกลือที่เค็มอยู่เสมอ
ขอพระเจ้าเปลี่ยนเราให้ดีขึ้น

18. พันธสัญญาเดิมและพันธกิจ : สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2011

18.1  ความหวังเดียวของชาวยิวและการเสด็จกลับคืนชีพ
นักบุญลูกาเป็นผู้นิพนธ์พระวรสารทั้งสี่ที่จบพระวรสารของท่านด้วยเรื่องการเสด็จสู่สวรรค์ และหากไม่มีท่าน เราก็คงไม่ทราบเรื่องการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์หรือการเสด็จมาของพระจิตเจ้า ที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านมิใช่ชาวยิว  นับแต่หลายศตวรรษก่อนหน้านั้น ชาวยิวรอคอยการเสด็จมาของพระแมสสิยาห์  ต้องทนทุกข์ลำบากมากมาย  ถูกสังหารในสงครามอย่างโหดร้าย  เป็นเชลยในอัสซีเรียและบาบิโลน พระวิหารถูกเผา  เมืองถูกทำลาย  ท่ามกลางความทุกข์เหล่านี้  ความหวังในพระแมสสิยาห์รักษาพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียวและเข้มแข็ง  พวกเขามั่นใจว่าพระผู้ช่วยให้รอดจะเสด็จมานำสิริรุ่งโรจน์ ความร่ำรวยและอำนาจมาให้ 
เมื่อยอห์น บัปติสต์เทศน์สอนที่ริมฝั่งแม่น้ำ จอร์แดน  ชาวยิวก็เข้าใจว่าท่านเป็นพระแมสสิยาห์ที่รอคอย แต่ก็ผิดหวังเมื่อยอห์นถูกตัดศีรษะ  ความหวังใหม่จึงเป็นพระเยซูเจ้า แต่ก็ผิดหวังอีกเพราะพระองค์ทรงถูกตัดสินประหารชีวิต  อย่างไรก็ตามเมื่อพระองค์เสด็จกลับคืนชีพอย่างไม่คาดฝัน  ความเชื่อของชาวยิวก็เข้มแข็งขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  พวกเขารับศีลล้างบาป 3000 คนในวันที่พระจิตเสด็จลงมา (กจ 2:41-47) และอีก 5000 คนในอาทิตย์ต่อมา (กจ 4:4)


18.2   จุดสูงสุดของผู้นิพนธ์พระวรสารชาวยิวและนักบุญลูกาชาวกรีก
สำหรับคริสตชนชาวยิว  สิ่งที่สำคัญของข่าวดีคือ พระเยซูเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกในไม่ช้า  ด้วยเหตุนี้ สาวกทั้งสิบสองคน รวมทั้งเปาโล มัทธิว มาระโก ยอห์น และชาวยิวทุกคนจึงเสนอการเสด็จกลับคืนชีพเป็นจุดสูงสุดของพระวรสาร  แต่นักบุญลูกาไม่ได้เป็นชาวยิวจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเสด็จมาอีกในไม่ช้า  จุดสูงสุดในพระวรสารของนักบุญลูกาคือการเสด็จสู่สวรรค์  การเสด็จมาของพระจิตเจ้าและการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าในพระศาสนจักร
การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์สำหรับนักบุญลูกาหมายถึง การทำงานแพร่ธรรมของสานุศิษย์ของพระองค์ในโลกนี้  เป็นการเริ่มต้นการประทับในรูปแบบใหม่ของพระเยซูเจ้าในพระศาสนจักรและโดยพระศาสนจักร เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในหมู่ท่านแล้ว (ลก 17:20-21)  พระเยซูเจ้าผู้ถูกตรึงกางเขน ทรงพระชนม์อยู่ในปัจจุบันในตัวพี่น้องชายหญิงและในศีลศักดิ์สิทธิ์ 7 ประการ  เราไม่เห็นพระองค์เพราะพระองค์ไม่ต้องการให้เราสูญเสียความสุขที่แท้จริง หรือบุญลาภประการสุดท้ายที่ว่า ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข (ยน 20:29)  ถ้าพระองค์ให้เราสัมผัสหรือเห็นพระองค์ได้  เราก็ไม่ต้องใช้ความเชื่อ เพราะความเชื่อคือสิ่งที่มองไม่เห็น  บนสวรรค์เราไม่ต้องใช้ความเชื่ออีกแล้ว 
จบบริบูรณ์

คำคมภาษาลาติน

Finis coronat opus.
(คำอ่าน)       ฟีนีส โคโรนัต โอปุส
(ไทย)            เป้าหมายสำคัญกว่าวิธีการ
(อังกฤษ)      The end crowns the work.
(ฝรั่งเศส)      La fin justifie les moyens.
© ไว้ใจทุกคนเป็นความผิดพลาด พอๆ กับไม่ไว้ใจใครเลย
     (สุภาษิตลาติน)
© การตัดสินที่ดีเกิดจากประสบการณ์ และประสบการณ์ก็ได้มาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด
© ผู้นำคือ ผู้ที่สามารถทำให้คนทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ           และทำให้เขารู้สึกชอบสิ่งนั้น
© เมื่อใดก็ตามที่ฉันบ่นว่าสิ่งต่างๆ ไม่เหมือนเดิม    ฉันมักจะลืมรวมตัวอยู่ในนั้นด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

ใครอยากจน : สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2011

สัปดาห์ที่ 4  เทศกาลธรรมดา  วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2011

ใครอยากจน
ความสุขที่มี  ความสำเร็จที่ได้รับ  เป็นความต้องการของมนุษย์
อยากมี  อยากได้  ร่ำรวย
ใครอยากจน... คงไม่มี
ใครอยากชนะเลิศ... แน่นอน
ใครอยากพ่ายแพ้... ไม่เอา
ทำไมพระเยซูเจ้าสอนแนวทางตรงกันข้าม
   ผู้มีใจยากจน ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา  (มธ. 5:2)
พระองค์เสนอแนวทางแห่งความสุขแท้จริง  ที่ต้องอาศัยพระช่วยได้เท่านั้น
ความสุขธรรมดาๆ เรายังต้องออกแรง  แล้วความสุขแท้จริงกับพระเจ้า
เหนือกำลังความสามารถของเราจริงๆ
ใครอยากจน  ทั้งๆ ที่จนอยู่แล้ว
ใครอยากมี  ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรอยู่แล้ว
จุดเริ่มต้นของพระพรเริ่มจากยอมรับความเป็นจริง
พระประทานให้ทุกสิ่ง  สำนึกในความจนของเราเอง
ต้องพึ่งพาและพึ่งพระเสมอ
ใครอยากจน... ทุกคน
เพราะวางใจได้ว่าพระจะทรงนำเรา  ให้มีความสามารถปฏิบัติตามแนวทางนี้
คริสตชนน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์
พระร่ำรวยพระพรเพื่อประทานแก่ผู้ยากจนเท่านั้น

บทความ : พันธสัญญาเดิมและพันธกิจ ของเราในพันธสัญญาใหม่

 17.6  พันธกิจของผู้ที่ไม่เคยเห็นพระเยซูเจ้า
       ในพระวรสารโดยนักบุญลูกา  พระเยซูไม่ได้สัญญาว่าเราจะเห็นพระองค์ในโลกนี้  ท่านนำเสนอพระศาสนจักรที่มีวุฒิภาวะคือไม่ต้องหล่อเลี้ยงด้วยการสำแดงพระองค์อีกต่อไป  โดยส่วนตัวแล้ว นักบุญลูกาก็ไม่เคยเห็นพระเยซูเจ้า  เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จกลับคืนชีพท่านยังไม่ได้รับศีลล้างบาปด้วยซ้ำ  ประสบการณ์ของท่าน เกี่ยวกับพระเยซูเจ้าได้มาจากพระคัมภีร์เหมือนกับเรา  ท่านจึงสรุปว่า บรรดาสตรีจึงระลึกถึงพระวาจาของพระองค์ได้  เมื่อกลับจากพระคูหาแล้ว  บรรดาสตรีเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้อัครสาวกทั้ง 11 คนและกับศิษย์ทุกคน (ลก 24:8-9) และนี่ก็คือ พันธกิจของเรา คือการพบพระเยซูเจ้าในพระคัมภีร์  ระลึกถึงพระวาจาของพระองค์ และนำไปบอกเล่าแก่ผู้อื่น

17.7  การประจักษ์ที่ยาวที่สุดในพระวรสารทั้งสี่และขั้นตอนของการกลับใจ
       นักบุญลูกาเล่าเรื่องราวการสำแดงพระองค์แก่ศิษย์ 2 คนที่หมู่บ้านเอม-มาอูส ขณะนั้นศิษย์ทั้งสองกำลังเดินทางออกห่างจากกรุงเยรูซาเล็มมุ่งสู่ความมืด  เป็นการเดินทางอย่างสิ้นหวังออกห่างจากพระองค์  ยิ่งกว่านั้นทั้งสองยัง ถกเถียงกัน แทนที่จะ ฟัง เสียงของพระองค์  พวกเขากำลังหลงทาง  ด้วยเหตุนี้พระเยซูเจ้าจึงพยายามช่วยเขาให้รอด
นักบุญลูกาเล่าต่อไปว่า พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาร่วมเดินทางด้วย (ลก 24:15) เพื่อให้เขาหยุดเถียงกัน  เริ่มฟัง และกลับไปเยรูซาเล็ม  เมื่อพระองค์ถามเขา  ก็ได้คำตอบที่ถูกต้องว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นประกาศกที่ยิ่งใหญ่ และเล่าไปจนถึงว่าบรรดาสตรียืนยันว่าพระคูหาว่างเปล่าและพวกเธอได้เห็นทูตสวรรค์ซึ่งบอกว่าพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ เปโตรทราบข่าวก็ไปที่นั่นแต่ก็ไม่ได้พบพระองค์ ทั้งสองพูดอย่างละเอียดเหมือนกับครูคำสอนในปัจจุบันแต่ขาดความกระตือรือร้น เป็นความเชื่อที่ไม่ร่าเริงยินดี ซึ่งมิใช่ลักษณะการประกาศข่าวดี
ขั้นตอนการกลับใจของทั้งสองมี 3 ขั้นตอนคือ
1)   หยุดถกเถียงกันและฟังพระวาจาที่ทำให้หัวใจของเขาร้อนรนขึ้น 
2)   ยอมรับความทุกข์ทรมานในชีวิตของพระเยซูเจ้าและในชีวิตของตนเอง จำเป็นต้องทนทรมานเช่นนี้เพื่อจะเข้าไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มิใช่หรือ  และ
3)   การพบกับพระเยซูเจ้า พวกเขาจำพระองค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง (ลก 24:35)
ดังนั้นวันที่เราสามารถมองเห็นพระองค์เป็นปังที่ถูกบิเพื่อผู้อื่น  เมื่อนั้นตาของเราก็จะเปิดออกและจำพระองค์ได้ ซึ่งทั้ง 3 ขั้นตอนนี้รวมอยู่ในมิสซา คือ
1) ฟังพระวาจาในภาคบทอ่าน
2) ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้า โดยพระองค์ พร้อมกับพระองค์ และใน     พระองค์ และ   3) พบพระเยซูเจ้าในการรับศีลมหาสนิท
เมื่อศิษย์ทั้งสองได้กลับใจแล้ว  ทั้งสองก็รีบเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม  ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองพูดกับเพื่อนเดินทางคนนั้นว่า จงพักอยู่กับพวกเราเถิด เพราะใกล้ค่ำและวันก็ล่วงไปมากแล้ว (ลก 24:29) แต่เมื่อหัวใจของเขาชื่นชมยินดี  แม้เป็นเวลากลางคืนและหนทางก็อันตราย สิ่งนี้กลับไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขาอีกต่อไป                                                             

ประชาสัมพันธ์ : มิสซาวันตรุษจีน

มิสซาวันตรุษจีน

วันพฤหัสบดีที่ 3 ก.พ. 2011
เวลา 9.00 น.

ยอดเงินบริจาค ปรับปรุงวัดและอาคาร 
วันอา.ที่ 23 ม.ค. คุณสุนีย์ เจียรวุฒิสาร 10,000 .-
คุณพิษณุ  พงษ์วัฒนา 10,000.-

ประกาศแต่งงาน : สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2011

ประกาศแต่งงาน
              ฝ่ายชาย    นายเกษตร  เบญจจินดา
                     บุตร  พ.ท. โชติ    และ  นางพิศพรรณ  เบญจจินดา
   ฝ่ายหญิง   เทเรซา สิริญาพร  ผ่องบุรุษ
                     บุตรี  ยวงบัปติสตา น.ท. ธนารัตน์  และ เทเรซา ลำดวน  ผ่องบุรุษ
                 สมรสวันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 14.00 น.


ถ้าผู้ใดทราบว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีข้อขัดขวางมิให้สมรสได้
ต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าอาวาสทราบ